กระบวนการผลิตจานชามพอร์ซเลน (Porcelain)

จานชาม

การผลิตจานชามพอร์ซเลน (Porcelain) คือ กระบวนการที่มีความซับซ้อนและใช้เทคโนโลยีที่สูงขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับกระบวนการผลิตจานชามทั่วไป จึงถือว่าพอร์ซเลนเป็นเซรามิคชั้นสูง มีคุณภาพดี แต่ก็มีราคาสูงกว่ากระเบื้องธรรมดาด้วย

ขั้นตอนหลักๆ ในการผลิตจานชาม

  1. การเตรียมวัสดุ วัสดุที่ใช้ในการผลิตจานชามพอร์ซเลนมักเป็นส่วนประกอบหลักที่ประกอบด้วยเซรามิก, โคเอฟเฟอร์ (Feldspar), และค่าความร้อน วัสดุเหล่านี้จะถูกผสมรวมกันในสัดส่วนที่เหมาะสมตามสูตรที่กำหนด
  2. การออกแบบแม่พิมพ์ (Mold Design) ในขั้นตอนนี้จะมีการออกแบบแม่พิมพ์หรือโมลด์ที่จะใช้ในการสร้างรูปร่างของจานชาม การออกแบบจะคำนึงถึงรูปร่างและขนาดของผลิตภัณฑ์ที่ต้องการผลิต
  3. การสร้างแม่พิมพ์ (Mold Making) แม่พิมพ์หรือโมลด์ที่ออกแบบไว้จะถูกสร้างขึ้นโดยใช้เทคนิคการเจาะ การกัด หรือการตัดด้วยเครื่องมือหรือเทคโนโลยี CNC (Computer Numerical Control) เพื่อให้ได้รูปร่างแม่พิมพ์ที่แม่นยำและตรงตามแบบที่กำหนดไว้
  4. การปั้น (Forming) วัสดุผสมที่ได้รับการเตรียมจะถูกนำมาปั้นให้เป็นรูปร่างของจานชาม กระบวนการปั้นนี้มักจะใช้เทคนิคการหมุนหรือการกดรูปด้วยแม่พิมพ์เพื่อให้ได้รูปร่างที่ต้องการ
  5. การอบเผื่อและการอบให้สุก จานชามที่ได้รับการปั้นแล้วจะถูกนำไปอบในเตาอุณหภูมิสูง เพื่อให้วัสดุที่ใช้ผลิตเข้าสู่ชั้นหินอัดแข็ง และเริ่มแปรรูปเป็นเซรามิก หลังจากนั้นจะต้องอบให้สุกอีกครั้งเพื่อให้ได้ความแข็งแรงและความทนทานที่สูง
  6. การเคลือบ (Glazing) หลังจากการอบเผื่อและการอบให้สุกแล้ว จานชามพอร์ซเลนอาจมีการเคลือบสีหรือการเคลือบกัมมันต์เพื่อเพิ่มความสวยงาม และป้องกันการรั่วไหลของของเหลวที่อาจไหลลงบนพื้นจาน
  7. การอบครั้งที่สอง (Second Firing) ในบางกรณี จานชามพอร์ซเลนอาจต้องผ่านการอบเพิ่มเติมหลังจากการเคลือบ เพื่อให้สีหรือกัมมันต์ติดอยู่อย่างคงทน โดยการเผานี้จะเป็นการเผาในอุณหภูมิที่ต่ำกว่าการเผาครั้งแรก
  8. การตรวจสอบและบรรจุหีบห่อ หลังจากที่จานชามพอร์ซเลนผ่านการผลิตเสร็จสิ้นแล้ว จะมีการตรวจสอบคุณภาพ เช่น การตรวจสอบรอยรอยแตกหรือข้อบกพร่องอื่นๆ แล้วจึงจัดบรรจุลงในหีบห่อสำหรับจำหน่าย

การผลิตจานชามพอร์ซเลนมีความซับซ้อนและความพิถีพิถันในกระบวนการทุกขั้นตอน เนื่องจากต้องการความแข็งแรง ความทนทาน และความสวยงามในผลิตภัณฑ์ที่สุดท้าย

Tel.
line
Facebook
อีเมล์

อุณหภูมิในการอบจานชามเซรามิก

โดยทั่วไปแล้ว อุณหภูมิในการอบจานชามเซรามิกอยู่ในช่วงประมาณ 1200 ถึง 1400 องศาเซลเซียส (°C) ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่สูงมาก และมีระยะเวลาการอบที่ค่อนข้างยาว โดยการอบที่อุณหภูมิสูงนี้ช่วยให้วัสดุเซรามิกทำการขยายตัวและยืดหยุ่นในขณะที่ยังร้อนอยู่ ซึ่งสามารถสร้างความแข็งแรงและความทนทานให้กับจานชาม

การควบคุมอุณหภูมิในระหว่างการอบเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก

เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและคงทนต่อการใช้งาน การใช้เทคโนโลยีอัตโนมัติในการควบคุมอุณหภูมิและการแจ้งเตือนเมื่อมีความผิดปกติสามารถช่วยให้กระบวนการผลิตมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นได้ นอกจากนี้ การใช้วัสดุที่มีคุณภาพดีและการออกแบบแม่พิมพ์ที่เหมาะสมกับกระบวนการอบย่อย ๆ ด้วยยังเป็นสิ่งสำคัญในการผลิตจานชามเซรามิกที่มีคุณภาพสูง

การผลิตจานชามพอร์ซเลนและจานชามโบนไชน่านั้นมีความแตกต่างกันในหลายด้าน

เช่น วัสดุที่ใช้ กระบวนการผลิต อุณหภูมิที่ใช้เผา และคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ที่ได้ เพื่อให้คุณเข้าใจได้ง่ายขึ้น ต่อไปนี้คือการเปรียบเทียบระหว่างการผลิตจานชามพอร์ซเลนและจานชามโบนไชน่า

ดูรายการสินค้าได้ที่ จานพอร์ซเลน

ดูรายการสินค้าได้ที่ จาน Bone China

  1. วัสดุที่ใช้

    • จานชามพอร์ซเลน: ใช้วัสดุเซรามิกที่ผสมกับโคเอฟเฟอร์และแร่อื่นๆ เพื่อให้ได้คุณสมบัติที่แข็งแรง ทนทาน และมีสีขาวสะอาด
    • จานชามโบนไชน่า: ใช้วัสดุเซรามิกที่ผสมกับแร่ฟลินท์ ทำให้มีคุณสมบัติที่บางเบาและโปร่งใสมากขึ้น
  2. กระบวนการผลิต

    • จานชามพอร์ซเลน: มีกระบวนการผลิตที่ซับซ้อนมากขึ้น เช่น การผสมวัสดุที่เหมาะสม เป็นรูปร่างตามแม่พิมพ์ และการอบที่อุณหภูมิสูง
    • จานชามโบนไชน่า: มักมีกระบวนการผลิตที่สะดวกและง่ายกว่า โดยมักจะใช้การหล่อหรือการปั้นเป็นรูปร่างตามแม่พิมพ์เช่นกัน แต่มักไม่ต้องผ่านกระบวนการอบที่อุณหภูมิสูงเท่ากับจานชามพอร์ซเลน
  3. อุณหภูมิในการเผา

    1. อุณหภูมิในการผลิตจานชามพอร์ซเลน:
      • อุณหภูมิในการผลิตจานชามพอร์ซเลนมักอยู่ในช่วงประมาณ 1200 ถึง 1400 องศาเซลเซียส (°C)
      • อุณหภูมิที่สูงมากช่วยให้วัสดุเซรามิกผสมที่ใช้ในการผลิตขยายและยืดหยุ่นในขณะที่ยังร้อนอยู่ เป็นอันจะช่วยสร้างความแข็งแรงและความทนทานให้กับจานชามพอร์ซเลน
    2. อุณหภูมิในการผลิตจานชามโบนไชน่า:
      • อุณหภูมิในการผลิตจานชามโบนไชน่ามักอยู่ในช่วงประมาณ 1000 ถึง 1200 องศาเซลเซียส (°C)
      • อุณหภูมิที่น้อยกว่านี้มักจะใช้ในกระบวนการอบจานชามโบนไชน่า ที่ทำให้วัสดุเซรามิกผสมฟลินท์สามารถเปลี่ยนรูปและขยายในขณะที่ยังร้อนอยู่ แต่ไม่มีการทำให้เกิดความแข็งแรงและความทนทานเท่ากับการผลิตจานชามพอร์ซเลน
  1. คุณสมบัติของผลิตภัณฑ์

    • จานชามพอร์ซเลน: มีคุณสมบัติที่แข็งแรง ทนทาน และมีสีขาวสะอาด ทนต่อความร้อนและสารเคมีได้ดี
    • จานชามโบนไชน่า: มักมีคุณสมบัติที่บางเบาและโปร่งใส ทนต่อการแตกหรือการชนของวัตถุและมักใช้ในงานเครื่องดื่มหรือสตูดิโอ

สรุป

การควบคุมอุณหภูมิในการอบเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการผลิตจานชาม โดยความแตกต่างในอุณหภูมิที่ใช้กันระหว่างจานชามพอร์ซเลนและจานชามโบนไชน่าจึงเป็นอีกหนึ่งข้อที่แสดงถึงความแตกต่างในกระบวนการผลิตและคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ที่ได้

แคตตาล็อกจานชาม

สำหรับท่านใดที่อ่านบทความนี้แล้ว สนใจสินค้าเครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร เครื่องครัว

จานชาม ช้อนส้อม แก้วน้ำ จานเมลามีน อุปกรณ์บุฟเฟ่ต์ อุปกรณเครื่องครัว

ดาวน์โหลดแคตตาล็อก

ศูนย์รวมจานชามและเครื่องครัวคุณภาพ
บริษัท ยูนิเวอร์แซล เซรามิค จำกัด
537/1 ถ.สุขุมวิท 71 พระโขนง วัฒนา กรุงเทพ 10110

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *